7 ข้อคิดของคนทำอะไรก็สำเร็จ [ฉบับพิเศษ]

7 ข้อคิดของคนทำอะไรก็สำเร็จ [ฉบับพิเศษ]

posted in: จิตวิทยา | 0
สวัสดีกันอีกเช่นเคยนะคับ หลังจากที่หายไปนานมากๆเพราะมี Project ล้นมือทีเดียวยันข้ามปี วันนี้พี่อุ้มมีเรื่องดีๆมาแชร์ให้กับพี่น้องทุกคน ในเรื่องของแนวคิดหรือ Mindset ที่จะทำให้เราพบเจอแต่สิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต ยาวหน่อยแต่มีประโยชน์มากกับชีวิตทุกคน

    เคยสงสัยกันบ้างไหมคับว่าทำไมคนที่ประสบความสำเร็จแม่ง คิดอะไรก็ประสบความสำเร็จเสียทุกอย่าง ทำอะไรก็เป็นเงินเป็นทอง

 
พี่อุ้มอยากบอกให้เข้าใจไว้ก่อนนะว่าทุกคนที่ประสบความสำเร็จเค้าไม่ได้สำเร็จแต่เริ่มเรื่อง แต่เค้าเกิดจากความล้มเหลวก่อน และอีกเรื่องคือความล้มเหลว จะอยู่ฝั่นเดียวกันกับความสำเร็จเสมอ เพราะคนที่ไม่เคยล้มเหลว ไม่เคยผิดหวัง คือพวกที่ไม่เคยอะไรมาก่อนเลย จริงไหม?? 

    ถ้ามีคนมาสมัครงานแล้วสัมภาษณ์ว่าคุณล้มเหลวอะไรมาบ้างในชีวิต หรือผิดหวังเรื่องอะไรมาบ้างถ้าตอบว่าไม่เคย พี่อุ้มคนหนึ่งแระคับที่จะไม่รับเข้าทำงาน เพราะเอามาคงทำงานไม่เป็น โดยเฉพาะงานที่ต้องมีความรับผิดชอบมากๆ และต้องทนต่อแรงกดดัน ถ้าใครผ่านช่วงชีวิตแบบนั้นมาได้งานอะไรก็จะง่ายคับ

    ตอนนี้ถ้าล้มเหลวอย่าท้อ อย่าถอย อย่าล้มเลิก ใช่ซิโลกนี้ไม่มีคำว่าล้มเหลว มีแต่ล้มเลิกนะ เพราะไม่มีใครล้มเหลวจริงๆแต่เค้าเพียงท้อและเลิกไปเท่านั้น ให้คิดถึงเรื่อง สองพี่น้องตระกูลไรท์  ถ้าท่านทั้งสองล้มเลิกที่จะประดิษฐ์เครื่องบินเพราะว่าผิดพลาดตั้งหลายร้อยครั้ง ป่านนี้โลกเราคงไม่มีเครื่องบินขับหรือนั่งเครื่องกันแบบสบายๆกัน ไปทั่วโลกจริงไหม?

dan-carlson-141263 

แล้วคนสำเร็จเค้าคิดกันยังไงล่ะ ??

1. มีโค้ชที่ดีคอยให้คำแนะนำ: การที่พี่น้องจะลงมือทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน หรือจะให้ถึงความสำเร็จได้ไว พี่น้องต้องมีอาจารย์นะคับ เค้าอาจจะเสียเวลามาทั้งชีวิต ทั้งปี แต่เค้าจะตกผลึกและนำความรู้หรือแก่นมาสอนเรา เหมือนเอาทั้งชีวิตรวมยอดมาสอน เราจะได้ไม่ต้องไปลองผิดลองถูก บางครั้งทำแล้วอาจจะเสียเวลาหรือหลงทางไปเลยก็ได้ เพราะไม่มีคนคอยบอกว่าทางนี้ทางตัน ทางนี้ไปสบายกว่า ใช้เครื่องมืออะไรทำไวกว่า ทุกวิชาถึงต้องมีอาจารย์ไงนะ “เรียนรู้จากคนสำเร็จวันละนิด ดีกว่าใช้ทั้งชีวิตคิดเอง”
Rachanoottheicon2. เป็นคนคิดบวก: พูดกันบ่อยจั้งงงงงคำนี้ ใช่คับพูดกันบ่อยมากๆ แต่ก็ยากเหลือเกินที่จะทำ ใครๆก็พูดให้คิดบวกๆๆ แต่แม่งเวลาที่เจอเหตุการณ์จริงๆ กรูคิดบวกไม่ได้หรอ 555 จับได้ว่าแฟนมีกิ๊กจะให้กรูคิดบวกว่าไงหรอ?? เชื่อเลยต้องมีคนคิดแบบนี้ ฮ่าๆๆๆๆ การคิดบวกไม่ใช่การหลอกตัวเองนะคับ หรือไม่ยอมรับความจริง แต่คือการมองแง่ดีกับปัญหาที่เจอ เช่นวันนี้จับได้ว่าแฟนคบคนอื่นนอกจากเรา เราต้องเริ่มจากที่ตัวเองว่าเพราะอะไร (อย่าเข้าข้างตัวเองนะเว้ย) เราเอาแต่ใจไหม, จู้จี้เกินไปไหม โทรหาบ่อยจนน่ารำคาญแม่งบางครั้งถามคำถามเดิมๆเป็น 10 รอบ กินข้าวกับอะไร ถามอยู่นั้นคือคุยจนไม่รู้จะคุยอะไร ใช่ไหม?, เราไม่เอาใจใส่เค้าหรือป่าว, เราไม่ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีใช่ไหม บลาๆๆๆ เป็นต้น ถ้าสำรวจแล้วก็ต้องปรับปรุง ถ้าคิดว่าเรา OK ก็คุยกับแฟนตรงๆ ด้วย “สติ” เพราะถ้าคนหมดใจเรารั้งไว้ก็ทำอีก แต่ถ้าเรามองว่าคิดบวกคือ ดีที่เลิกกับเมิงตอนนี้ดีกว่ามีลูก ด้วยกัน ดีกว่าแต่งงานกัน ดีกว่าลงทุนอะไรไปมากกว่านี้  เยอะเยอะคับ ถ้าคุณคิดว่าตัวเองมีคุณค่าคุณจะมีราคาแพงทันที 
275H3. เรียนรู้เสมอต้นเสมอปลาย: ความเก่งไม่ต้องมีขอแค่ขยันก็ก็สำเร็จ เราได้ยินบ่อยๆว่า เก่งไม่กว่ากลัวขยัน ใช่ไหมเพราะคนเก่งส่วนมากขี้เกียจ อุ้มมีเพื่อนคนหนึ่งเก่งวิชาคณิตศาสตร์มากๆ คำนวนหัวมันไวมาก อาจจะไวเพราะที่บ้านตีดัมมี่กันทั้งครอบครัว 5555 คือเพื่อนอุ้มไม่ต้องฟังอะไรมากเลยแค่นั่งจับจุดในคาบที่อาจารย์มันก็ได้ Top ทุกครั้ง แต่มันเสียตรงที่ว่ามันขี้เกียจ!! ชอบเที่ยวและเล่นแต่บอลเป็นหลัก สุดท้ายใรบั้นปลายชีวิตก็เรียนไม่จบเหมือนเพื่อนๆ อ้อ อีกข้อนะคับ ทำไมเราถึงต้องเรียนรู้แบบเสมอต้น เสมอปลาย เพราะว่าความรู้ที่คุณรู้วันนี้ กับในอนาคตมันจะเปลี่ยนแปลงตลอด ตัวอย่างเช่น วันนี้เป็นตัวแทนขายครีม ขายของหรือสร้างแบรนด์ตัวเอง บนโลกออนไลน์แต่ว่าไม่ยอมพัฒนาตัวเองตามเมกะเทรน รับรองว่าตกหลังลงคลองแน่ๆ แค่เฟสบุ๊คทุกวันนี้ตื่นมาก็มีฟังก์ชั่นใหม่ๆมาแบบตามไม่ทันแล้วคับ

StockSnap_U6IOK6787I

4. ลงมือทำมากกว่าเรียนรู้แต่ทฤษฏี: นอกจากเรียนรู้มาแล้วเราต้องนำมาปฏิบัติจริง มันถึงจะเกิดผลลัพธ์ ได้จริง วันนี้บางคนไปเข้าคอร์สเรียนมามีพลังมากมายแต่ผ่านไปไม่กี่สัปดาห์ หลังจบคอร์สกับไม่มีพลังที่จะทำอะไรเลยแล้วสุดท้ายก็ไม่ได้ทำ นั้นแระคับถ้าเราไม่ทำเราจะลืมสุดท้ายเงินที่ไปซื้อคอร์สมาเรียนก็เสียเปล่า เพราะไม่เกิดผลลัพธ์จริงๆ บางคนใครพูดอะไรมาทำเป็นรู้ไปหมดแต่ตัวเองแม่งไม่ทำไรเลย แต่รู้ไปหมด

saksham-gangwar-146658

5.โทษตัวเองก่อนเสมอ: ไม่ว่าคุณจะเจอปัญหาอะไน มีอะไรผิดพลาดก็ตามทั้งเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่จงเริ่มพิจารณาที่ตัวเราก่อนเสมอ เหมือนข้อ 2 ที่อุ้มได้แนะนำไปพิจารณาว่าสาเหตุตัวเรามีอะไรเป็นช่องโหว่ให้เกิดปัญหานั้นได้ เช่น เพื่อน ญาติ ยืมเงิน เราใจอ่อนให้เค้ายืม หรือสงสารเค้า สุดท้ายเค้าไม่คืนก็ทะเลาะกันเสียญาติ เสียเพื่อนกัน เราต้องโทษตัวเองก่อนว่าเราให้เค้ายืมทำไม เงินของเรามีค่ามากๆนะเราหามาด้วยความเหนื่อยยากลำบากดังนั้นถ้าจะให้ใครยืมอุ้มว่าไม่แนะนำ อยากให้พี่น้องทุกท่านรู้ว่า “เงินคือพลังงานอย่างหนึ่ง” เค้าจะวิ่งหาคนที่เห็นคุณค่าเค้า และจะหนีจากคนที่ไม่เห็นคุณค่าของเค้า สังเกตุว่าคนที่ได้เงินมาจากการทุจริตหรืออาชีพไม่ดี เค้าจะเก็บเงินไว้กับตัวเองไม่ได้ หรือจะใช้หมดเร็วมากๆ อยากซื้อไรซื้อ อยากได้อะไรก็จะเอาเงินเป็นใหญ่ ยิ่งให้คนที่เดือดร้อนยืมเงินยิ่งน่ากลัว เพราะคนที่เดือดร้อนเค้าจิตตกมากๆ เอาเงินเราไปก็มีแต่จะละลายน้ำไปเปล่าๆ เพราะเค้าจะไม่มีไอเดียที่จะเอาเงินไปต่อยอดสร้างสรรค์ และพามันกลับมาได้มากกว่าเก่า ตัวอย่างเบื้องต้นนะคับ

sticker-mule-189122

6.รู้จักให้มากกว่ารับ: ข้อนี้เป็นอะไรที่ขาดไม่ได้เลย เพราะการให้ด้วยใจบริสุทธิ์จะส่งผลดีกลับมาเสมอ และมือที่ยื่นให้จะสูงกว่ามือที่ยืนรับเสมอ การที่เราแบ่งปันเให้กับสิ่งมีชีวิตบนโลกนี้มันจะได้กลับมาแบบทวีคูณ แต่คนที่เห็นแก่ตัวและไม่เคยให้ใครเค้าก็จะพบแต่เพื่อนที่แก่งแย่งชิงดีกัน หลับหลังนินทากัน ถ้าคุณแบ่งปันความรู้หรือแบ่งปันอะไรออกไปทั้งที่เป็นเงินหรือไม่เป็นเงินก็ตามและด้วยใจบริสุทธิ์ สิ่งที่ได้กลับมาก็จะเพิ่มขึ้นไม่ช้าก็เร็

7.ไม่มีข้อสงสัยกับเป้าหมายตัวเอง: อันดับแรกขออธิบายเรื่องการตั้งเป้าหมายก่อนนะคับว่าคุณอยากทำอะไร หรือเป้าหมายอยากทำอะไร เช่นอยากลดความอ้วน เป้าหมายคือ จาก 70กก. เหลือ 50กก. แต่กลับคิดว่าตัวเองทำไม่ได้หรอก จะเป็นจริงหรอ เลยทำจะให้เราไม่มีกำลังใจที่จะทำมันจริงๆ ออกกำลังกายทำบ้าง ไม่ออกกำลังกายบ้าง เพราะไม่ชัดเจนกับเป้าหมายของเรา มันจะทำอะไรแบบสงสัยตลอดและไม่ศรัทธากับการลงมือทำจริงๆ ดังนั้นเราต้องเชื่อให้สุดโต่งไปเลยเหมือนที่เราเชื่ออะไรสักอย่างแล้วไม่มีใครจะมาห้ามอะไรเราได้ แบบพี่น้องตระกูลไรท์ ถ้าเค้าแคร์คำพูดชาวบ้านที่หาว่าบ้าเค้าก็จะล้มเลิก เครื่องบินก็จะไม่เกิดขึ้น 

 เสื้อกล้ามทอม

อุ้มเชื่อว่าทุกคนที่เกิดมาบนโลกนี้เพื่อมาท่องเที่ยวนะมาผจญกับการเป็นมนุษย์ที่เป็นสัตว์ประเสิรฐจริงๆ แต่พี่น้องที่อ่านบทความนี้จะเป็นผู้สร้าง ผู้ทำลาย หรือผู้ที่ไม่อยู่แล้วก่อให้เกิดอะไรเลย อย่าลืมนะคับว่าเรามาอาศัยร่างเค้าอยู่กันเท่านั้นสักวันเราต้องไปและแล้วหรือเรียกว่า วิญญาณ และร่างกายเราจะกายเป็นสสารชนิดอื่น สิ่งที่เราจะทำได้คือ ทำตอนมีกำลัง และตอนที่เป็นวิณญาณที่อาศัยร่างมนุษย์อยู่นี้แระคับเพื่อสร้างประวัติศาสตร์ให้กับตัวเอง และอุ้มเชื่อว่าทุกคนมีพลังวิเศษในตัวเองนะคับ ทุกคนทำได้และทำได้ดี อุ้มเชื่อแบบนั้นคับ

ภาพสต็อกของ PIXTA

Leave a Reply